• โทรศัพท์ : 02 997 2222 ต่อ 4001-4005




ความปลอดภัย ความเป็นส่วนตัว และความสะดวกสบาย ใครพร้อม ใครไม่พร้อม Prompt Pay

Blog Post Image

ผศ.ดร.วุฒิพงษ์ ชินศรี
ผู้อำนวยการหลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ วิทยาลัยเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยรังสิต


      ที่ผ่านมา การเข้ามาของเทคโนโลยีและอินเทอร์เน็ตค่อยๆ เปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆ รอบตัวเราไป ทั้งรูปแบบการสื่อสาร วิถีชีวิต ทัศนคติ รวมถึงพฤติกรรม ที่ทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้น สะดวกสบายขึ้น รวดเร็วขึ้น แต่ก็มีบางเรื่องที่เทคโนโลยีสร้างความกังวลให้กับผู้คน
      อาจเพราะเกี่ยวข้องกับเรื่องเงินทอง ซึ่งไม่เข้าใครออกใคร มี ‘เงิน’ มาเกี่ยวข้องเมื่อไร เป็นเรื่องใหญ่ทันที
      นั่นทำให้ Prompt Pay กลายเป็นทั้งคำถามจากภาคประชาชนผู้ใช้บริการ ที่ผู้ดำเนินนโยบายต้องตอบให้ได้ว่าทำงานอย่างไร ปลอดภัยหรือไม่ ข้อมูลส่วนตัวจะถูกโจรกรรมหรือสอดแนมได้หรือไม่ รวมถึงเกี่ยวกับเรื่องภาษีหรือเปล่า
      ในมุมของภาครัฐถือว่าเป็นความท้าทายที่ต้องปฏิวัติวิธีการใช้เงินของภาคประชาชน ตามโครงการ National e-Payment ที่จะเป็นส่วนหนึ่งซึ่งนำไปสู่ไทยแลนด์ 4.0

      พร้อมพ์เพย์ (Prompt Pay) มีชื่อเดิมคือ AnyID ซึ่งอำนวยความสะดวกให้ทั้งภาครัฐและภาคประชาชนในการโอนเงินหรือชำระเงินผ่านเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต ซึ่งช่วยให้การทำธุรกรรมต่างๆ มีความสะดวกและรวดเร็วขึ้น ดังนั้น Prompt Pay จะช่วยลดการใช้เงินสด ซึ่งช่วยให้ประชาชนไม่ต้องพกเงินมากๆ ติดตัว นอกจากนี้ ยังทำให้เกิดการทำธุรกรรมได้ทุกที่ทุกเวลา ปราศจากข้อจำกัดทั้งด้านพื้นที่และเวลา ส่วนภาครัฐเองก็สามารถลดการพิมพ์ธนบัตรและการผลิตเหรียญ ซึ่งเป็นการลดการใช้ทรัพยากร แถมยังสามารถลดค่าใช้จ่ายด้านทรัพยากรบุคคล ค่าดำเนินการหรือค่าธรรมเนียมในการโอนเงิน ซึ่งล้วนส่งผลถึงต้นทุนของภาครัฐ นอกจากนี้ การลดคน อาจช่วยลดความผิดพลาดในการทำงาน (Human Error) ได้อีกต่างหาก
      ทว่า ในมุมที่ประชาชนกังวล คงเพราะ ทั้ง ‘เลขที่บัตรประชาชน’ และ ‘เบอร์โทรศัพท์มือถือ’ ถูกผูกเข้ากับ ‘เลขที่บัญชี’ แถมยังเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนและอินเทอร์เน็ต ยิ่งนำมาสู่ความกังวลว่า ข้อมูลส่วนตัวอาจรั่วไหล หรืออาจเป็นเหตุให้รัฐติดตาม หรือสอดแนมได้ผ่านข้อมูลเหล่านี้
      โดยส่วนใหญ่แล้ว ธรรมชาติของเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับอินเทอร์เน็ตนั้น ยิ่งเราใช้มันเท่าไร โอกาสที่จะทำให้เราเสียความเป็นส่วนตัวบนโลกไซเบอร์ก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย และหากเทคโนโลยีนั้นช่วยอำนวยความสะดวกให้เรามากเท่าไร เราจะยิ่งมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยไซเบอร์เพิ่มขึ้นตามไปด้วย
      การใช้งาน Prompt Pay นั้นมีวิธีการใช้งานเช่นเดียวกันกับการใช้งาน Internet Banking หรือ Mobile Banking และการโอนเงินผ่าน ATM ของธนาคารพาณิชย์ต่างๆ ที่เราใช้อยู่ทุกวัน ซึ่งระบบความปลอดภัยของ Prompt Pay นั้น ก็อยู่บนมาตรฐานเดียวกันกับ Internet Banking ดังนั้น หากเรายอมรับความเสี่ยงจากการใช้ Internet Banking ได้ Prompt Pay ก็มีความเสี่ยงที่ไม่ได้ต่างกันเท่าไรนัก จุดต่างมีเพียงเล็กน้อยคือ Internet Banking ต้องทำการเพิ่มบัญชีผู้รับโอนก่อน แต่ Prompt pay สามารถระบุเลขที่บัตรประชาชนหรือเบอร์โทรศัพท์ของผู้รับโอน ระบบจะแสดงชื่อผู้รับโอน และเข้าสู่ขั้นตอนการโอนเงินได้ทันที สำหรับส่วนของ ATM นั้นกระบวนการจะใกล้เคียงกัน
      สำหรับในประเด็นของความเป็นส่วนตัวบนโลกไซเบอร์นั้น Prompt Pay มีบริษัทเอกชนที่คอยดูแลข้อมูล เป็นระบบกลางที่คอยเชื่อมต่อระหว่างธนาคารพาณิชย์ต่าง ๆ โดยมีธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นผู้ควบคุมดูแล ซึ่งจุดนี้จะแตกต่างกับกระบวนการของ Internet Banking ซึ่งจะติดต่อกันโดยตรงระหว่างธนาคารเลย ทำให้ประชาชนส่วนหนึ่งเกิดความกังวลว่า การทำธุรกรรมจะถูกติดตามจากรัฐบาลหรือหน่วยงานที่ดูแล แล้วจะส่งผลต่อการเรียกเก็บภาษีหรือตรวจสอบเส้นทางการเงินหรือไม่นั้น ยังไม่สามารถยืนยันได้อย่างชัดเจน
      ทว่าในเบื้องต้น ยอมรับว่า ข้อมูลจาก Internet Banking ของธนาคารพาณิชย์ หรือ e-Wallet อื่นๆ ที่เราใช้กันอยู่ในปัจจุบัน รัฐน่าจะสามารถเข้าถึงได้ยากกว่าข้อมูลจาก Prompt Pay ของรัฐบาล
      อย่างไรก็ตามปัจจุบันเราอยู่กับเทคโนโลยีตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็น Facebook Google Line หรือบริการอื่นๆ บริการเหล่านี้ล้วนละเมิดความเป็นส่วนตัวของเราทั้งสิ้น ดังนั้นเราเองจึงต้องพิจารณาว่าเรายอมรับได้หรือไม่
      ถึงที่สุดแล้ว คุณพร้อมหรือไม่กับ Prompt Pay ตัวคุณเองรู้ดีที่สุด โดยพิจารณาได้จาก 2 ประโยค ต่อไปนี้
1. ผลประโยชน์ที่ท่านจะได้รับจาก Prompt Pay นั้น คุ้มค่ากับความเสี่ยงด้านความปลอดภัยไซเบอร์ที่เพิ่มขึ้น
2. ผลประโยชน์ที่ท่านจะได้รับจาก Prompt Pay นั้น จะไม่ทำให้ท่านเสียความเป็นส่วนตัวบนโลกไซเบอร์เพิ่มขึ้น
      หากคุณยอมรับใน 2 ประโยคข้างต้น ก็หมายความว่าคุณพร้อมแล้ว กับ Prompt Pay แต่หากยังไม่ยอมรับ ก็หมายความว่ายังไม่พร้อมหรือยังไม่ไว้วางใจในระบบ Prompt Pay นั่นเอง
      หรือหากยังไม่แน่ใจว่าพร้อมหรือไม่ ก็ลองใช้วิธีค่อยๆ เปลี่ยน เช่น ใช้บัญชีที่ผูกกับเลขที่บัตรประชาชนในการรับเงินจากรัฐบาลเท่านั้น หรือใช้บัญชีที่ผูกกับเบอร์โทรศัพท์เคลื่อนที่ 1 เบอร์ เพื่อใช้สำหรับโอน-รับเงิน โดยเงินในบัญชีนั้นเป็นบัญชีสำหรับใช้จ่ายผ่านบริการ Prompt Pay เท่านั้น อย่าปนกันกับบัญชีอื่น และไม่ควรสำรองเงินไว้ในบัญชีเป็นจำนวนมาก วิธีการดังกล่าวน่าจะช่วยให้ท่านสบายใจในระดับหนึ่ง ทั้งด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์และด้านความเป็นส่วนตัวบนโลกไซเบอร์

      ปมปัญหาของความไม่เชื่อใจจากภาคประชาชน จึงไม่น่าจะใช่ที่ตัวระบบ หรือธนาคารพาณิชย์ต่างๆ แต่เป็นคำว่า ‘รัฐ’ ต่างหาก เมื่อมี ‘รัฐ’ เข้ามาเกี่ยวข้องหรือเป็นเจ้าภาพในการดำเนินนโยบายใดๆ มักถูกตั้งแง่ไว้ก่อน ว่าจะโบราณ หรือไร้ประสิทธิภาพ นี่จึงเป็นความท้าทายใหญ่ของภาครัฐ ในฐานะผู้นำการเปลี่ยนผ่าน ว่าจะสามารถสร้างความเชื่อใจ และไว้วางใจให้ประชาชนได้หรือไม่
      ทั้งนี้ บริการ Prompt Pay เป็นเพียงบริการทางเลือก ไม่ได้บังคับใช้
      ชั่งน้ำหนัก แล้วตัดสินใจ โดยพึงตระหนักว่า ความรัดกุม ความปลอดภัย และความเป็นส่วนตัวนั้น มักแปรผกผันกับความรวดเร็ว และความสะดวกสบายเสมอ
      การทำธุรกรรมด้วยเทคโนโลยีช่วยอำนวยความสะดวกให้เราอย่างมาก ขณะเดียวกัน หากใช้อย่างรู้ไม่เท่าทัน เทคโนโลยีจะกลายเป็นเครื่องมือให้ผู้อื่นฉกฉวยความเป็นส่วนตัวของเราได้ง่ายดายเช่นกัน
      เมื่อมีความเสี่ยง ก็มีกลไกการป้องกันความเสี่ยง เป็นของคู่กัน เราบริหารความเสี่ยงได้หากรู้เท่าทัน และตามโลกให้ทันด้วยการหมั่นเรียนรู้เพื่อให้รู้เท่าทันเทคโนโลยี