• โทรศัพท์ : 02 997 2222 ต่อ 4001-4005




‘ธีสิส’ ป.โท ไม่ยากอย่างที่คิด แค่กายพร้อม ใจมา เวลาได้ จบแน่นอน

‘ธีสิส’ ป.โท ไม่ยากอย่างที่คิด

แค่กายพร้อม ใจมา เวลาได้ จบแน่นอน

 

 

หลายๆ คนรู้จัก น้ำหวาน-กรรณาภรณ์ พวงทอง นักแสดงสาวสวยที่มีผลงานการแสดงในวงการบันเทิงมากมาย ด้วยความเป็นคนน่ารัก อัธยาศัยดี คนส่วนใหญ่จึงได้เห็นภาพจากการทำงานในด้านการแสดงมากกว่า แต่รู้หรือไม่ว่าอีกด้านหนึ่งนั่นคือเรื่องของการเรียนก็ไม่ธรรมดาเช่นกัน น้ำหวานมีความมุ่งมั่นและเพียรพยายามหาจังหวะในการเรียนต่ออยู่เสมอจนสุดท้ายสามารถคว้าปริญญาโทมาได้สำเร็จตามเป้าหมาย เพราะอะไรน้ำหวานถึงไม่ทิ้งเรื่องการเรียนต่อ และการได้เรียนโทนั้นดีต่อใจอย่างไร ลองมารู้จักและเป็นแนวทางสำหรับวัยรุ่นยุคใหม่ปี 2020 นี้กัน

 

 

ตัดสินใจเรียนต่อโทแบบไม่มีใครบังคับ

         หลังจากน้ำหวานเรียนจบปริญญาตรี สาขาวิชาวิทยุและโทรทัศน์และวิทยุกระจายเสียง ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น สาขาวิชาวิทยุและโทรทัศน์มัลติแพลตฟอร์ม วิทยาลัยนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ได้ลุยทำงานละครในฐานะนักแสดงอย่างเต็มตัวเรียกว่าเต็มที่กับงานกว่า 3 ปี ขณะที่กลุ่มเพื่อนๆ ส่วนมากเรียนจบ ป.ตรีแล้วต่อโทเลยทันที แต่จังหวะชีวิตขณะนั้นน้ำหวานมุ่งมั่นทุ่มเทให้กับทำงานเสียมากกว่า จนกระทั่งกลับมาคิดว่าถ้าได้เรียนต่อปริญญาโทอีกสักใบน่าจะดีกับตัวเองไม่น้อย ถึงแม้ว่าการเรียนต่อไม่ได้ตรงกับสายงานเท่าไร ไม่ได้ต้องการนำไปปรับฐานเงินเดือน เพราะหากเลือกทำงานในวงการบันเทิงเพียงอย่างเดียวไม่จำเป็นต้องเรียนต่อก็ได้ และยิ่งทำงานเยอะก็ยิ่งไม่มีเวลา แต่ด้วยน้ำหวานยังรู้สึกว่าอยากมีความรู้ในด้านอื่นที่เราสนใจนอกเหนือจากความรู้เบื้องหน้าเบื้องหลังวงการบันเทิงที่ได้สัมผัสและลงมือปฏิบัติจนเข้าใจแล้ว จึงอยากหาความรู้ใหม่ๆ ที่หลากหลาย ด้วยความสนใจส่วนตัวของน้ำหวานอยากเรียนรู้ เข้าใจเชิงลึกเรื่องของการทำธุรกิจ การบริหารจัดการ การตลาด เพราะเชื่อว่าสิ่งนี้จะประโยชน์กับตัวเองในอนาคต ไม่ได้เลือกเรียนตามเทรนด์หรือตามค่านิยมใด ๆ ตัดสินใจเรียนด้วยตัวเองแบบไม่บังคับใจ เรียนเพราะชอบ ชอบเลยทำให้อยากรู้ อยากเรียน สุดท้ายจึงสมัครเรียนในสาขาวิชาการตลาด คณะบริหาธุรกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต

 

 

ความสนุก ทุกข์ บรรยากาศ เด็กสาขาการตลาด

          เมื่อน้ำหวานได้เป็นนักศึกษาปริญญาโทที่เลือกลงเรียนโปรแกรมวันธรรมดา (จันทร์-ศุกร์ เวลา 18.00-21.00 น.) ที่สำคัญได้สมัครรับทุนการศึกษาประเภททุนเรียนดี ดังนั้นแผนการเรียนจึงเป็นภาคบังคับให้ต้องเลือกเรียนแผน ก. คือ การทำวิทยานิพนธ์เท่านั้น การเรียนในช่วงเริ่มต้นมีทั้งความสนุกสนาน เครียดบ้าง ครบทุกอารมณ์ เริ่มตั้งแต่ได้รู้จักเพื่อนใหม่จากหลากหลายสาขาอาชีพ เพื่อนต่างอายุที่มีทั้งคนที่พึ่งจบใหม่มาเรียนต่อ คนวัยทำงาน ข้าราชการ เป็นต้น แต่ทุกคนต้องมาเรียนวิชาพื้นฐานด้วยกันทั้งวิชาเกี่ยวข้องกับธุรกิจ เศรษฐศาสตร์ บัญชี การเงิน โลจิสติกส์ และอื่นๆ อยากให้จินตนาการเหมือนผึ้งแตกรัง มีทั้งความวุ่นวาย ความสงสัย เรียนเข้าใจบ้าง ไม่เข้าใจบ้าง อลหม่านกันทุกครั้งที่มีการสอบ แต่โชคดีที่เพื่อนๆ น่ารัก ใครเข้าใจวิชาไหนก็ผลัดกันมาติวหลังเลิกเรียนบ้าง ก่อนสอบบ้าง เรียกว่าติวกันยันเช้าก่อนสอบก็มี ฉะนั้นตัวเราก็ต้องมีความรับผิดชอบ แบ่งเวลาจัดสรรให้ดีถ่ายละครเสร็จแล้วต้องรีบมาเข้าคลาสหรือหากเพื่อนติวกันที่ไหนต้องรีบไป เรียกว่ามาถึงเพื่อนเลิกติวกันแล้ว แต่ทุกคนอยู่รอ ช่วยกันติวให้จนผ่านไปได้ รอดทุกคนรอดทั้งคลาส เป็นบรรยากาศ สังคมที่ได้เจอจากการเรียนต่อโทอบอุ่นมากและเชื่อว่าทุกคนจะได้รับทั้งอารมณ์ความรู้ที่หาซื้อไม่ได้จากตรงนี้อย่างแน่นอน “ความรู้ก็ได้ เพื่อนก็ได้”

 

 

เกือบไม่รอด ไม่อยากเรียน เพราะทำ ‘ธีสิส

         แม้ว่าจะสามารถเรียนผ่านรอดมาได้ทุกเทอม แต่บางจังหวะช่วงที่งานก็เยอะ เรียนก็งวดเข้ามาเพราะใกล้จะจบความเข้มข้นยิ่งมากขึ้น หลังจากวิชาทฤษฎีและปฏิบัติผ่านพ้นไปสิ่งที่หลายคนกังวลมาที่สุดและน้ำหวานก็เช่นกันนั่นคือ การทำธีสิส ซึ่งเรียกว่าเป็นโค้งสุดท้ายของการเรียนปริญญาโท ช่วงเวลานี้เรียกว่าเป็นอะไรที่เรียกว่าอยู่ที่ใจล้วนๆ เพราะตอนนี้ภาพเหมือนเราเดินอยู่บนถนนที่มีปลายทางคือจุดหมาย ยิ่งเดินยิ่งเหนื่อย ยิ่งพักยิ่งไม่อยากเดินต่อเหมือนไปคนเดียว เพราะการทำธีสิสทำให้น้ำหวานต้องแบ่งเวลาทั้งเวลางานและส่วนตัวมากขึ้น รวมถึงสภาพกายและใจที่ต้องบอกเลยว่าหากกายไม่พร้อมคือธีสิสไม่คืบหน้าเลยทีเดียวหรือหากใจไม่พร้อมคือไม่ทำแล้ว ไม่เอาแล้ว ยิ่งปล่อยวาง และยิ่งงานเยอะยิ่งทำให้อยากเลือกงานก่อนเรียนเอาไว้ก่อน ตรงนี้เป็นจุดที่ท้าทายตัวเองมาก มีจังหวะคิดว่าไม่อยากเรียนต่อแล้วพอแล้ว ขณะเดียวกันก็คิดว่าเหลืออีกไม่มีก้าวเราจะทำได้แล้ว จะยอมแพ้หรือ ตรงนี้เองทำให้ฉุกคิดและตั้งสติแก้ปัญหาทีละอย่าง ลำดับความสำคัญว่าอะไรก่อนหลังและวางแผนชีวิตให้ไปให้ถึงจุดหมายให้ได้ บวกกับกลุ่มเพื่อนที่ยังคอยดึง ดัน ผลัก มาด้วยกันต้องจบด้วยกันทำให้มีกำลังใจ พร้อมใจกันจัดตารางทำธีสิสกันทุกวัน วันละ 2-3 ชั่วโมง จะเลิกกองดึกแค่ไหนก็ต้องมาทำ ถ้าไม่มีแรงบันดาลใจ เหล่าเพื่อนๆ พาหอบธีสิสไปทำต่างจังหวัดกันก็มี เมื่อมีเพื่อนร่วมทาง มีอาจารย์คอยให้คำแนะนำช่วงธีสิสอยู่ตลอด สุดท้ายก็จับมือกันจบพร้อมกันได้ในที่สุด 

 

 

“ฉันก็ทำได้ และฉันก็จบได้” ณ วันนั้นจนวันนี้

         “จบแล้วโว้ย” เป็นคำแรกที่เอ่ยกับตัวเองหลังสอบประมวลความรู้ผ่าน และได้สวมชุดครุยถ่ายรูปรับปริญญา ความภูมิใจจึงเกิดขึ้นกับตัวเอง การตัดสินเลือกเรียนสาขาที่ไม่ได้มีพื้นฐานเลยแม้แต่น้อย เลือกเรียนเพราะชอบ อยากเรียนจริง ๆ เมื่อมองย้อนช่วงเวลานั้นพบว่าระหว่างทางน้ำหวานได้พบกับประสบการณ์ เรื่องราวเยอะมาก และสามารถผ่านไปได้ขอให้เรามีความมุ่งมั่น มีกายพร้อม ใจพร้อม และที่สำคัญต้องมีเวลา ความรู้ที่ได้รับจากสาขาวิชาที่เลือกเรียนสนุกมาก ตรงกับใจที่อยากรู้ และหลายอย่างสามารถนำมาปรับใช้กับชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดีไม่ว่าจะเรื่องของมุมมองทางความคิด กระบวนการทำงานที่ทำให้เราโตขึ้น รู้จักการวางแผนการทำงานมากขึ้น แน่นอนว่าถ้าวันนั้นตัดสินใจหยุดเรียน หยุดเดินระหว่างทางไม่ไปต่อคงเสียใจที่พลาดโอกาสที่ดีในชีวิตไป

         หากถามใจตัวเองว่าอยากเรียนต่ออีกมั้ยเมื่อจบ ป.ตรีแล้ว ตอบได้เลยว่าเรียนเถอะ และเมื่อจบ ป.โท แล้วอยากเรียนต่ออีกมั้ย คำตอบไม่ได้อยู่ที่เรียนเถอะ แต่น้ำหวานทิ้งท้ายไว้ให้คิดและถามใจต่อว่า เป้าหมายของตัวเองคืออะไร? ถ้าใช่ก็เรียน ถ้าชอบก็เอาไม่ต้องลังเล เพราะการเรียนไม่มีคำว่าสิ้นสุด ความรู้อยู่กับตัวเราเองไม่ใช่คนข้างๆ เรียนมากเราก็รู้มาก มีประสบการณ์มาก และต่อยอดอาชีพของเราได้ในอนาคต

 

 

         ถึงแม้ว่าเรียนปริญญาโท...จะได้แค่กระดาษใบเดียว

แต่กระดาษใบเดียวใบนั้น...อาจเปลี่ยนแปลงชีวิตได้