• โทรศัพท์ : 02 997 2222 ต่อ 4001-4005




ถึงเวลาลบคำว่า ‘สวยแต่โง่’ ออกจากสารบบชีวิต

 ถึงเวลาลบคำว่า ‘สวยแต่โง่’ ออกจากสารบบชีวิต

            เมื่อเอ่ยชื่อ ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ผู้เขียนนึกถึงผู้หญิงที่สวย เก่ง แกร่ง แต่ใครเลยจะรู้ว่า ผู้หญิงคนนี้รู้สึกค้างคาในใจกับคำว่า ‘สวยแต่โง่’ คำที่ควรเป็นคำต้องห้าม และไม่ควรมีผู้หญิงคนไหนบนโลกคู่ควรกับคำชมผสมเหยียด เช่นนี้ เพราะมัน ‘ไม่ตลก’

 

 

พิสูจน์ตัวเองกับคำว่า ‘สวยแต่โง่’

 

            ดูเหมือนในยุคสมัยหนึ่งความสวยเป็นดาบสองคมที่มีไว้แทงใจคนฟัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับนางสาวไทยที่ชื่อว่า บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี คำนี้ถือเป็นคำต้องห้าม และใครจะมากล่าวพาดพิงด้วยประโยคนี้ไม่ได้

            “ประมาณ 20 ปีที่แล้ว นางงามสมัยนั้นยังไม่เป็นที่ยอมรับ คำว่า สวยแต่โง่ ถูกใช้อยู่ในสังคมไทย อาจเป็นเพราะในยุคนั้นนางงามยังไม่นิยมเรียนสูงมากนัก จึงทำให้เกิดคำนี้ขึ้นมา ซึ่งจริงๆ แล้วสติปัญญาของคนเราไม่ควรนำมาผูกกับเรื่องหน้าตาเลยสักนิด

            แล้วอาจเป็นด้วยปัจจัยใด ๆ ก็ตามที่ทำให้นางงามในสมัยนั้นตอบคำถามที่มีลักษณะเป็นรูปแบบเดียวกัน อาทิ คุณมั่นใจกี่เปอร์เซ็นต์ว่าจะได้เป็นนางงาม ส่วนใหญ่ก็ตอบว่า 50:50 ค่ะ หรือบางคนตอบว่า มาหาเพื่อนค่ะ ขณะที่ปนัดดาตอบว่า มั่นใจ 100% ค่ะ จนทำให้เกิดความรู้สึกกับคนดูว่า ผู้สมัครคนนี้มั่นอกมั่นใจอะไรขนาดนั้น

 

            แต่สำหรับบุ๋มแล้ว คิดอยู่อย่างเดียวคือ ด้วยคุณสมบัติของเรา ด้วยความรู้ของเรา เมื่อเราก้าวขึ้นบนเวที เราก็ต้องมั่นใจเต็ม 100 ว่าเราสามารถทำหน้าที่ตรงนี้ได้อย่างแน่นอน

            ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ก็จะตอบคำถามแบบนั้น ใคร ๆ อาจมองว่าแรง แต่บุ๋มกลับภูมิใจที่เรามีกึ๋นในการตอบคำถาม คำว่า สวยแต่โง่ ใช้กับบุ๋ม ปนัดดาไม่ได้ในทุกกรณี” ดร.ปนัดดา ย้อนเล่าให้ฟังอย่างออกรส

 

บทบาทใหม่ที่ใคร ๆ ก็ยอมรับว่า ‘เก่งจริง’

            นอกจากบทบาทนางงามและนักแสดงมากความสามารถ ดร.ปนัดดา ยังสวมบทบาทสำคัญที่ช่วยผลักดันสังคมไทยอีกด้วย

            หนึ่งคือ อาจารย์

            สองคือ ประธานองค์กรทำดี

            และสาม ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาการข่มขืนกระทำชำเราและการล่วงละเมิดทางเพศ สภาผู้แทนราษฎร

            “เมื่อเรามีทุกอย่างครบ เราก็ต้องหาเวลาคืนสิ่งดีๆ สู่สังคม บทบาทใหม่ที่ได้รับจะช่วยขับเคลื่อนครอบครัว ชุมชน และสังคม อีกสิ่งที่บุ๋มคิดว่าจะสามารถขับเคลื่อนสังคมไทยแน่ๆ ก็คือ ระบบการศึกษา เพราะระบบการศึกษาที่ดีจะช่วยพัฒนาบุคลากรของประเทศได้ นอกจากช่วยให้ความรู้กับคน ให้อาชีพกับคน เหนืออื่นใดการศึกษายังสามารถช่วยยกระดับจิตใจของคนได้ด้วย” ดร. ปนัดดา กล่าว

 

 

ชอบที่จะสอน จึงต่อยอดสู่การเป็น ‘อาจารย์บุ๋ม’  

            “บุ๋มเองมีความคิดมาตลอดว่าอยากเป็นอาจารย์ อยากสอนคน  หลาย ๆ คนอาจไม่รู้ว่า บุ๋ม ปนัดดา ชอบสอนหนังสือที่สุด เพราะเราเชื่อว่า การศึกษาคือสิ่งจำเป็น

            ปริญญาตรี เหมือนคุณเรียนเกี่ยวกับนิ้วมือ 5 นิ้ว

            ปริญญาโท คล้ายกับคุณเรียนเรื่องมือ 1 ข้างว่ามีกล้ามเนื้ออะไร เส้นเลือดต่าง ๆ เรียกว่าอะไร วิธีจับใช้กระบวนการไหน

            ปริญญาเอก คุณเรียนเชิงลึก เลือกเลยว่า จะเรียนรู้เรื่องนิ้วนางเท่านั้น รู้รอบเรื่องนิ้วนางที่สุด

            ฉะนั้น ปริญญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอก ต่างก็มีความสำคัญแตกต่างกัน แต่สิ่งหนึ่งที่มั่นใจได้ก็คือ การศึกษาจะช่วยให้คนเราเกิดการพัฒนาในหลาย ๆ ด้าน อาทิ ได้ความรู้ ได้สังคม มีโอกาสเจอเพื่อนใหม่ เปิดมุมมองทางความคิด และอย่างที่บอกไปข้างต้นเมื่อตัวเราพัฒนา ชุมชนพัฒนา สังคมพัฒนา แล้วสุดท้ายสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ก็ช่วยขับเคลื่อนประเทศของเราให้เจริญรุ่งเรืองได้” ดร.ปนัดดา กล่าวเกี่ยวกับการศึกษาไว้อย่างน่าสนใจ

 

            ในชีวิตคนหนึ่งคนคงมีโอกาสไม่มากนักที่จะได้ทำตามฝัน แต่สิ่งหนึ่งที่การันตีได้ก็คือ หากคุณมีความมุ่งมั่นทุก ๆ ฝันของคุณจะเป็นจริง… ดร.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ได้พิสูจน์แล้ว