• โทรศัพท์ : 02 997 2222 ต่อ 4001-4005




การคุมประพฤติเด็กและเยาวชน

thumbnail_13221093_1083425261704130_1413339287306605779_n

 

การคุมประพฤติเด็กและเยาวชน

ดร.อารณีย์ วิวัฒนาภรณ์
รองคณบดีฝ่ายบริหาร และผู้อำนวยการหลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต
สาขาอาชญาวิทยาและการบริหารงานยุติธรรม คณะอาชญาวิทยาและการบริหารงานยุติธรรม

      กรณีที่ศาลพิพากษาปล่อยเด็กหรือเยาวชนไปถ้าศาลเห็นว่าเด็กหรือเยาวชนมีพฤติกรรมเสี่ยงต่อการกระทำผิดหรืออยู่ในสภาพแวดล้อมหรือสถานที่อันอาจชักนำให้กระทำผิดและเพื่อคุ้มครองสวัสดิภาพของเด็กหรือเยาวชนนั้น ศาลมีอำนาจกำหนดเงื่อนไขคุมความประพฤติข้อเดียวหรือหลายข้อไว้ในคำพิพากษาเท่าที่จำเป็น ดังนั้นภายหลังจากที่ศาลมีคำพิพากษาให้คุมประพฤติแล้ว ครอบครัวจึงมีบทบาทสำคัญที่สุดที่จะช่วยในการขัดเกลาเด็กและเยาวชนให้กลับตนเป็นคนดีของสังคม ตลอดจนมีส่วนสำคัญในการปลูกฝังพฤติกรรม และขัดเกลาจิตใจให้เป็นคนมีคุณธรรม จริยธรรม เพื่อมิให้กลับไปกระทำผิดซ้ำอีกและปฏิบัติตามเงื่อนไขของศาล เช่น ให้ไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ นอกจากนี้ ชุมชน และสภาพแวดล้อมที่เด็กและเยาวชนอาศัยอยู่ก็มีส่วนสำคัญเช่นกัน เนื่องจากเด็กและเยาวชนไม่สามารถจะย้ายที่อยู่อาศัยได้ จึงทำให้ชุมชนมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง ด้วยเหตุนี้เอง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องร่วมมือกันสอดส่อง ดูแล ตลอดจนปลูกจิตสำนึกให้คนในชุมชนเกิดความรัก ความผูกพัน กับชุมชนของตนเอง เพื่อลดการเกิดปัญหาอาชญากรรม และเป็นชุมชนที่น่าอยู่
      การคุมประพฤติ (probation) หรือการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำผิดในชุมชน (community-based correction) เป็นมาตรการปฏิบัติต่อผู้กระทำผิดโดยการเลี่ยงโทษจำคุกเป็นการไม่ควบคุมตัวผู้กระทำผิดไว้ ในเรือนจำแต่จะใช้การกำหนดเงื่อนไขเพื่อการควบคุมความประพฤติไว้ให้ผู้กระทำผิดกลับไปใช้ชีวิตในสังคมอย่างปกติโดยไม่เป็นอันตรายต่อสังคม การคุมประพฤติจึงเป็นวิธีการที่เปลี่ยนแนวความคิดที่เน้นจากการลงโทษ (punishment) มาเป็นการแก้ไขฟื้นฟูพฤตินิสัย (rehabilitation) และใช้วิธีเลี่ยงโทษจำคุกแทน การลงโทษจำคุกโดยมีพนักงานคุมประพฤติเป็นผู้ควบคุมดูแลช่วยเหลือให้ผู้กระทำผิดสามารถแก้ไปรับปรุง นิสัยและความประพฤติของตนได้ภายใต้ความช่วยเหลือของชุมชน โดยการคุมประพฤติหรือการแก้ไขฟื้นฟู ผู้กระทำผิดในชุมชน
      จากกรณีดังกล่าวข้างต้นแสดงให้เห็นว่าการคุมประพฤติเป็นเรื่องที่เด็กและเยาวชนไม่มีความผิดมีแต่พฤติกรรมเสี่ยงต่อการกระทำความผิดเพราะอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่ดีจึงต้องมีมาตรการป้องกันมิให้เกิดการกระทำผิด ถ้าเด็กและเยาวชนผิดเงื่อนไขการคุมความประพฤติ ศาลมีอำนาจออกหมายเรียกเด็กและเยาวชนและบิดามารดาผู้ปกครองมาตักเตือนและถ้าจำเลยไม่เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมดังกล่าวอีก ศาลมีอำนาจส่งตัวเด็กและเยาวชนไปแก้ไขบำบัดฟื้นฟูในสถานที่ตามที่ศาลเห็นสมควร แสดงให้เห็นว่า พนักงานคุมประพฤติต้องมีทักษะ องค์ความรู้ ตลอดจนแนวทางการสอบถามเพื่อให้เด็กและเยาวชน และผู้ปกครองบอกเล่าข้อเท็จจริงที่เป็นประโยชน์เพื่อรายงานให้ศาลทราบ