• โทรศัพท์ : 02 997 2222 ต่อ 4001-4005




สื่อดี สื่องาม อยู่ที่นิยามและการให้ความหมาย

Blog Post Image

รศ.ดร.กฤษณ์ ทองเลิศ หัวหน้าหลักสูตรนิเทศศาสตรดุษฎีบัณฑิต วิทยาลัยนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต

สื่อดี สื่องาม อยู่ที่นิยามและการให้ความหมาย
   ดูเหมือนความรวดเร็วและการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้ง่ายของโซเชียลมีเดีย ยิ่งพิสูจน์ความเป็นตัวจริงในฐานะสื่อมืออาชีพ เนื้อหาในรายการโทรทัศน์ต่างๆ ถูกนำไปวิพากษ์วิจารณ์ต่อได้กว้างขวางในสื่อสังคมออนไลน์ รวมถึงการมีฟีเจอร์ให้กดชอบ ขำ เศร้า โกรธ และคอมเมนต์ตอบโต้กันได้ทันที ยิ่งทำให้เกิดวิวาทะดุเดือด ขายดราม่ากันไปได้กว้างไกล
   แน่นอนว่า นำมาซึ่ง “การด่วนพิพากษา” ว่าใครดี ใครเลว ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้มองให้รอบด้าน อ่านให้แตก หรือดูให้แน่ชัดด้วยซ้ำ
   สื่อมวลชนไทยถูกกล่าวหากันอย่างมากมายว่า น้ำเน่า ขายดราม่า สร้างกระแส ไม่จรรโลงสังคม สร้างค่านิยมผิดๆ
   สมมติ เรายกละครโทรทัศน์ขึ้นมา เอาเป็นว่า “เรื่องเพลิงพระนาง” เพื่อพิพากษาว่า “ดีงาม” หรือไม่ ก่อนอื่น เราอาจต้องแยกแยะคำว่า “ดี” และ “งาม” ออกจากกัน
    “ดี” คือ จริยศาสตร์ ว่าด้วยความประพฤติที่เพื่อนมนุษย์พึงปฏิบัติต่อกัน ส่วน “งาม” คือ สุนทรียศาสตร์ ว่าด้วยตัวงานที่เกี่ยวข้องกับค่านิยม สังคม วัฒนธรรม บางเรื่องอาจดีแต่ไม่งาม หรือบางเรื่องอาจงามแต่ไม่ดี
   แต่ในฐานะคนนิเทศศาสตร์ ทำงานสื่อสารมวลชน ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า สื่อไม่ดีมีอยู่จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พวกที่ชอบตัดสินอะไรต่อมิอะไร และชี้นำสังคมให้เกิดปมดราม่า โดยที่ยัง “มองไม่รอบด้าน” และ “อ่านไม่แตก” ด้วยซ้ำ
   ฉะนั้น สื่อดีหรือเลวนั้น ขึ้นอยู่กับ 3 ปัจจัยคือ มุมมอง ความสอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมาย และกาละเทศะ
ต้   องทำความเข้าใจกันก่อนว่า เนื้อหาแต่ละประเภทถูกสร้างและผลิตขึ้นมาเพื่อตอบสนองกลุ่มเป้าหมายที่ต่างกันไป รายการธรรมะอยู่ช่วงตีห้า เจ้าขุนทองมาก่อนเด็กไปโรงเรียน ละครจักรๆ วงศ์ๆ มาเช้าวันเสาร์อาทิตย์ ละครมาหลังข่าวค่ำ เราจึงมีกลไกที่เรียกว่า การจัดประเภทรายการ เพื่อกำกับว่าเนื้อหาแต่ละประเภท เหมาะกับผู้ชมกลุ่มใด ควรอยู่ในช่วงเวลาใด หรือผู้ปกครองต้องให้คำแนะนำ
   อย่าง “เพลิงพระนาง” ซึ่งมีเนื้อหารุนแรง ชิงรักหักสวาท และความริษยาของสตรี เรียกว่าดีหรือไม่
   อาจบอกว่าไม่ดีตามหลักจริยศาสตร์ แต่อีกมุมในทางสุนทรียศาสตร์ ก็งาม เพราะสะท้อนให้เห็นความงามของวัฒนธรรม สถาปัตยกรรม เห็นความละเมียดละไมในการทำเสื้อผ้า หน้า ผม การแสดงที่เข้าถึงบทบาท มุมกล้องและการจัดแสงที่พิถีพิถัน การกำกับและตีความที่ซ่อนอยู่ในองค์ประกอบภาพ เป็นต้น
   ฉะนั้น ความถูกที่ ถูกเวลา และถูกกลุ่มเป้าหมาย คือตัวชี้วัดว่า สื่อดี หรือเลว
    “รู้เท่าทันสื่อ” จึงกลายเป็นทักษะพื้นฐานและภูมิคุ้มกันอย่างหนึ่งของผู้รับสาร โดยเฉพาะในยุคข้อมูลข่าวสาร ที่มีเนื้อหาให้เลือกเสพมากมายเหลือคณา ผู้รับสารยิ่งต้องมีภูมิคุ้มกัน ประเมิน เลือกรับ รับมาแล้วคิด วิเคราะห์ ก่อนจะเชื่อ ก่อนจะรีบดราม่า รีบด่า รีบแชร์
   สมัยนี้ อะไรๆ ก็เร็ว กระแสสังคมไหลเชี่ยว ง่ายต่อการถูกพัดพาเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของกระแสดราม่า ล่าแม่มด การรู้เท่าทันจะช่วยเราได้